เข้าสู่ปี 2551 เมื่อเดือน มีค. ที่ผ่านมา โบตั๋น ได้มีโอกาสพาครอบครัวและญาติ ๆ ไปเที่ยวทะเล ที่สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โบตั๋นไปกันทั้งหมด 15 คน รถจำนวน 3 คัน เป็นการไปเที่ยวต่างจังหวัด พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรก ตั้งแต่โบตั๋นจำความได้ และ เป็นการพาแม่ไปเที่ยวทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต เลยก็ว่าได้ การไปเที่ยวของเราในครั้งนี้เริ่มเดินทางจากกรุงเทพ สำหรับโบตั๋น แต่สำหรับแม่และญาติ ๆ ของโบตั๋นพวกเขาเริ่มเดินทางจาก จ. ชัยนาท รถของพวกเรามุ่งตรงสู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานที่พักผ่อนของเราคือ สวนสนประดิพัทธ์ เมื่อพวกเราไปถึง ได้ไปติดต่อเรื่องบ้านพัก ที่จองไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเราได้พัก บ้านทรายทอง 2 เป็นบ้าน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แต่เราพักกันตั้ง 15 คน อบอุ่นและสนุกมาก หลังจากที่เราเก็บสัมภาระเรียบร้อย พวกเราก็พากันไปเล่นน้ำทะเล แม่ น้า และ หลาน ๆ ของโบตั๋น ทุกคนต่างดีใจและเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน พอพลบค่ำ พวกเราก็ช่วยกันทำอาหารกินกัน ปูเสื่อนั่งหน้าบ้านพัก หลังจากนั้น ก็พาแม่ น้า และหลาน ๆ ไปเดินตลาดหัวหินยามค่ำคืน ได้ของกินกันมาเพียบเลย หลังจากที่พวกเราเดินจนเหนื่อย พวกเราก็พากันกลับที่พัก เพื่อนอนหลับเอาแรง ที่นั่นจะเงียบมาก แต่โบตั๋นก็ยังได้ยินเสียงบ้านพักหลังอื่น ๆ ยังคงนั่งสังสรรค์อยู่ พวกเขาก็คงสนุกไม่แพ้พวกเรา กลางดึก น้ำทะเลจะขึ้นมาสูงมากใกล้ๆ กับบ้านพักเลย ระหว่างที่นอนอยู่ได้ยินเสียงคลื่นทะเลซัดฝั่ง นอนฟังเพลินเลย



ยาม เช้าก็มาถึง โบตั๋น ตื่นขึ้นมาเพื่อดูพระอาทิตย์ยามเช้า และสูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นริมหาดทราย พอสายนิด คนก็เริ่มมาเล่นน้ำกันเยอะ ซึ่งก็รวมถึงคนในครอบครัวของโบตั๋น ด้วยเช่นกัน พอได้เวลาพวกเราก็พากันออกจาก สวนสนประดิพัทธ์ อย่างประทับใจ ระหว่างทางพวกเราก็ไปนมัสการ หลวงปู่ทวด ที่ วัดห้วยมงคล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเที่ยวต่อที่ พระราชวังมฤคทัยวัน เพื่อชมความสวยงามของสถานที่ ซึ่งก็สวยสมคำล่ำลือ ที่นี่มีจักรยานให้พวกเราเช่าปั่นเล่นด้วยอย่างสนุกสนาน หลังจากที่พวกเราเที่ยวชมความงามของพระราชวังและเก็บภาพความประทับใจแล้ว ก็พากันเดินทางต่อเพื่อจะกลับกรุงเทพ แต่ระหว่างทางพวกเราเห็นว่าเย็นพอดีก็เลยได้แวะตลาดน้ำอัมพวา ที่ จ.สมุทรสงคราม อีกสักหน่อย ถึงแม้ว่าตอนที่เราแวะนั้นจะใกล้ค่ำ พวกเราก็พากันไปเดินเล่นที่ตลาดน้ำซึ่งก็มีของขายไม่เยอะแล้วแหล่ะเพราะใกล้ ค่ำแล้ว พวกเราก็ได้ทานอาหารเย็นที่ตลาดน้ำอัมพวา แต่พวกเราไม่ได้ไปล่องเรือชมหิ่งห้อยหรอกนะ เพราะการล่องเรือใช้เวลาหลายชั่วโมง ซึ่งพวกเราไม่สามารถไปได้ เพราะคนในครอบครัวเราต้องเดินทางกลับชัยนาท เพื่อหลาน ๆ จะได้ไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น หากไปล่องเรือชมหิ่งห้อยอีก จะทำให้พวกเขากลับถึงบ้านดึกมาก ๆ พวกเราจึงตกลงกันว่าจะกลับไปเที่ยวที่นั่นอีกเพื่อไปนั่งเรือชมหิ่งห้อย

การไปเที่ยว สำหรับทริปนี้มีเรื่องตื่นเต้นด้วย พวกเราได้จับขโมยได้ ที่ตลาดน้ำอัมพวา เราจอดรถไว้หน้าอำเภออัมพวา ติดกับ สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นสถานที่ ที่รับจอดรถและมีคนดูแล มีมิจฉาชีพไปขโมยของในท้ายรถกระบะของเรา เป็นช่วงที่พวกเราเดินกลับมาใกล้ถึงรถ เห็นจึงตะโกนให้คนช่วย และพวกเราก็วิ่งขับจับขโมยไว้ได้ด้วยมือของพวกเราเอง ซึ่งหลังจากนั้นตำรวจก็ลงมาดูที่เกิดเหตุหลังจากที่พวกเราจับขโมยขึ้นไปให้ ที่สถานี ฯ แล้ว และพวกเรา ก็ได้แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งท้ายรถกระบะของเราก็ไม่มีอะไรสำคัญหรอกเป็นพวกผ้านวม ซึ่งคืนนั้นก็เลยทำให้พวกเรา เดินทางออกจาก สภ. อัมพวา ดึกมาก ๆ แต่เราก็ได้รับคำขอโทษจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อัมพวา ที่ทำให้การมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา ครั้งแรกของพวกเราเกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าประทับใจ
ครั้งนี้ทำให้ดิฉันประทับใจหลายอย่าง ทำให้ครอบครัวสนุกสนาน ทุกคนในครอบครัวมีความสุข และเป็นการพาแม่ ไปเที่ยวต่างจังหวัดและทะเลเป็นครั้งของ โบตั๋น ด้วย รู้สึกดีมาก ๆ ถึงแม้ว่าการไปเที่ยวของโบตั๋นและครอบครัว จะมีอุปสรรคแต่ก็ทำให้พวกเรามีความสุข ความประทับใจไม่วันลืม และโบตั๋นเอง ก็ตั้งใจไว้ว่าจะพาแม่ไปเที่ยว ทุก ๆ ปี อย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดีค่ะ

