05.30 น. เช้าของวันที่ 30/12/2009 เป็นเช้าที่มีความสุขอีกแล้ว เราเริ่มเดินทางด้วยเวลาดังกล่าว ทริปนี้จะไปนอนสบาย ๆ กัน 3 คนพ่อแม่ลูก ที่ชายหาดคลองพร้าวบนเกาะช้าง เสียงลูกชายบอก” อีกแล้วหรือแม่.. แม่จะไปทะเลอีกแล้ว” และเกาะช้างนี้เราไปกันมา 2 ครั้งแล้วนะแม่ แม่ตอบว่า ไปเกาะช้างลูก... คราวนี้ไปแบบสบาย ๆ ไม่ได้พักรีสอร์ตหรู แม่ติดต่อรีสอร์ตแบบ walk in ไว้ เอาเสื้อผ้าไปสัก 2-3 ชุดก็พอ อาจจะพักเพียงคืนเดียวแล้วกลับ ลูกชายกำลังวัยรุ่นจ๋า เขาเด็กมหาลัย เริ่มไม่ต้องการที่จะเที่ยวกับพ่อแม่ ทุกครั้งที่ชวนเขาจะปฏิเสธก่อนเสมอว่าติดธุระ ติดเรียน แต่ด้วยเหตุผลที่แม่นำมาหว่านล้อม 1 ปี มี 365 วัน เราเที่ยวกันทริปใหญ่เพียง 2 ครั้ง คือช่วงที่มีวันหยุดยาว ปีใหม่ และสงกรานต์ รวมแล้วก็ไม่ถึง 10 วัน ไปกับแม่ไม่ได้เชียวหรือ ในที่สุดเขาก็ไปด้วยทุกครั้งตั้งแต่เล็กจนโต แม่เคยบอกว่าเอาแบบนี้ก็ได้ไว้ให้เขาเป็นคนขับรถ เหมือนว่าพาพ่อแม่ไปเที่ยว โดยให้เป็นผู้ติดต่อทุกอย่าง เรื่องที่พัก เรื่องอาหาร และการท่องเที่ยว แล้วพ่อกลับแม่จะไปตามที่ลูกพาไป ลูกบอกคงไม่ผ่านด่านแรก ..ป๋านั่งตัวตรงขับรถอยู่เนี่ย.... ไปเที่ยวทุกที่ป๋าไม่เคยปล่อยใครเลย แม่บอกว่าป๋าเขาห่วง แต่แม่ว่า ต้องมีวันปล่อยวางบ้างละ แล้ววันนั้นลูกต้องสัญญาว่าจะยังคงพาแม่กับป๋าไปเที่ยวอยู่นะ ไม่ใช่พาคนอื่นไปก็แล้วกัน

เราแวะสักการะ พระเจ้าตากสินมหาราชที่จันทบุรี แล้วทานข้าวราดแกงริมถนนเส้นทางไปตราด อิ่มแบบง่าย ๆ อย่างที่บอกว่าทริปนี้แบบสบาย ๆ เดินทางต่อไปเพื่อจะลงเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ ก่อนข้ามก็ติดต่อรีสอร์ตอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าไปแน่นอนให้เก็บห้องไว้ให้ ด้วย เส้นทางก่อนถึงท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ มีต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสี เป็นสีเหลือง สีแดง สีส้ม สองข้างทาง ดูสวยงามมาก เรือเฟอร์รี่ที่ข้ามใช้เวลาเพียง 20 นาทีถึงเกาะช้าง ถึงที่พักประมาณเที่ยงวันตามเป้าหมาย โชคดีอีกแล้วมีแขก Check out บ้านพักริมหาด เราก็เลยได้ check in บ้านหลังริมหาดบรรยากาศดีมาก ลงจากบันไดบ้านก็ถึงชายหาดเลย ที่นี่เงียบสงบจริง ๆ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติที่มาพักกันนาน ๆ ทางรีสอร์ตจึงไม่รับจองห้องพัก รับเฉพาะแขก walk inอย่างเดียว
น้ำทะเลขึ้นมาสูงมาก เหลือชายหาดอยู่พอนอนพักผ่อนใต้ต้นไม้ได้ เที่ยงวันอย่างนี้ ต่างชาติไม่กลัวแดด ปูผ้านอนอาบแดด อ่านหนังสือกันเป็นแถว คนไทยอย่างเราอย่างดีก็แค่ระเบียงรีสอร์ตพอแล้ว ตกเย็นเดินสำรวจชายหาดกันสองคนพ่อแม่ จากคลองพร้าวจนถึงสุดหาด ได้สำรวจที่พักไปตลอดเส้นทาง ผ่านรีสอร์ตหรูหลายรีสอร์ต ที่พักแบบ hut ที่พักที่ปิดกิจการแล้ว ที่กางเต้นท์ และที่ดินว่างเปล่าพร้อมทำรีสอร์ตประกาศขาย เดินกันสุดหาดก็มีฝรั่งอัธยาศัยดีทักทายกันแล้วก็ถ่ายรูปคู่ให้เรา เดินกันพอได้เหงื่อก่อนลงเล่นน้ำทะเล เห็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ชวนคนข้างๆ ว่าพรุ่งนี้เย็นเราเช่าเรือ คายัค พายกันไปที่เกาะนั้นดูว่าใกล้ๆจะเป็นอย่างไร คนข้างๆ ก็เลยแซวว่า มาวันเดียวไม่ใช่หรือ พรุ่งนี้ต้องกลับแล้วนะ แล้วก็หัวเราะ เป็นอันว่าทุกคนก็รู้ฟอร์มแม่ดี ว่าคงไม่พักเพียงวันเดียว เย็นวันนี้เราเลือกรับประทานอาหารค่ำกันที่รีสอร์ต อาหารสด อร่อยมาก และราคาไม่แพง



วันรุ่งขึ้นไปเที่ยวที่น้ำตกคลองพลู ไม่เลือกไปดำน้ำเนื่องจากเคยไปมาแล้ว ซึ่งเป็นที่เดียวกันกับทริปเกาะหมาก แวะทานข้าวเช้ากันที่ร้านข้างทางก่อนเข้าน้ำตก อิ่มแบบง่าย ๆ อีกแล้ว ไปถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองพลู มีที่จอดรถอยู่ข้างใน และต้องเดินเท้าขึ้นไป
500 เมตร เดินสบาย ๆ ไม่หนักหนา ชั้นบนสุดจะเห็นทางน้ำตกที่ไหลลงมาด้านล่าง น้ำไม่มากนักในฤดุหนาวเช่นนี้ แต่ก็พอได้เห็นความสวยงามของสายน้ำที่ตกลงมาตกเย็นชวนกันไปแข่งว่ายน้ำใน ทะเล ที่จริงก็เพื่อต้องการให้ลูกร่วมกิจกรรม ผลสุดท้ายเราสองคนก็ว่ายสู้นักกีฬาเก่าไม่ได้ เขาก็เลยไปว่ายกับฝรั่งชาวต่างชาติ ไปไกลกันจนสุดหาด ฝรั่งบอก swimming good ก็ได้สนุกสนาน ออกกำลังกายกันจนค่ำมืด ตอนเที่ยงคืนใกล้เช้าวันที่ 1 ของปีใหม่ ทางรีสอร์ตมีจุดพลุให้แขกที่รอ count down ก็ครึกครื้นดีเช้าวันสุดท้ายที่เกาะช้าง เสียงคลื่นยังกระทบฝั่งตลอดเวลา ไม่อยากลืมตาขึ้นมาเลย อยากหยุดเวลาไว้ที่นี่ เพราะไม่อยากเดินทางกลับ กำลังมีความสุขอยู่กับท้องฟ้า สายลม แสงแดด หาดทรายขาว ๆ น้ำทะเลใส ๆ เมืองไทยเรายังมีที่เที่ยวอีกมากมาย ในที่เที่ยวเดียวกันก็มีอีกหลายมุมหลายแบบให้เลือก เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้จริง ๆ ... เฮ้อ...ต้องตัดใจ ต้องกลับไปทำงานหาเงินก่อนเพื่อจะได้มีทริปหน้าต่อไป ทริปหน้าสงกรานต์ล่องใต้ถึงภูเก็ตตระเวนไหว้พระกันดีกว่า ช่วยลุ้นกันหน่อยว่าจะหว่านล้อมลูกชายให้ไปด้วยกันได้ไหม.......

